ปลาทองฟามจำสั้น แต่ขี้ย้าว... ยาวนะ

read me

                                                        

มีแมกกาซีนเล่มใหม่จากอัมรินทร์ชื่อ "secret" เป็นแมกกาซีนที่เน้นการ "คิดบวก"

เน้นเรื่องการสงบจิตอะไรไม่รู้

ผมสงสัยว่า

ทำไมคิดว่าคนไทยจึงต้องสนใจที่จะคิดบวกกัน ถึงต้องทำเป็นหนังสือรายเดือนเลย

คนไทยเป็นคนมองโลกแบบลบเหรอ

หรือคนไทยป่วยจนต้องเยียวยา

สังคมเราเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ

เราคิดบวกกันเพื่ออะไร

เราไม่มีความสุขขนาดนั้นเลยเหรอ

หรือเราต้องการจะกอบโกยความสุข สุขที่มีมันไม่พอเหรอ

หรือ อัมรินทร์แค่มองเห็นโอกาสทางการตลาด

บอกคนอ่านว่าพวกแกกะลังมีชีวิตที่เลวร้ายนะ

แล้วจับประเด็นการคิดบวกขึ้นมาหากิน

                                                        

ผมว่าการได้มองโลกในแง่ร้ายบ้างเนี่ย มันสนุกจะตาย





Blog Entryเติบโตไปด้วยกันAug 23, '08 2:43 PM
for everyone
                                                                    

พรนทีเอ๋ย...จะ 6 ปีแล้วนะที่มึงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่มึงจะรู้บ้างมั้ยว่า การจากไปของมึงทำให้เพื่อนๆได้กลับมาเจอกันอีก

ขอบคุณมึงมากเลยว่ะ

                                                                    

วันนี้พวกเรานัดเพื่อนๆตอนม.ต้นกินข้าวกันอีกแล้วนะเว่ย เพื่อนๆมาเยอะกว่าทุกๆครั้งเลยว่ะ วันนี้เรามากันเกือบ 20 คนได้

มันสนุกมากเลยนะกับการตามสืบหาเพื่อนเก่าของเราที่ไม่ได้เจอกันนาน แล้วชวนพวกเค้ามาเจอกัน

พรนที มึงรู้มั้ยว่าเพื่อนๆเราอยู่ต่างประเทศกันเยอะมากเลย ไม่น่าเชื่อจิงๆ

แล้วมึงรู้มั้ยว่าไอ้กุดน่ะ ความจำแม่งโคตรดีเลย ฉายาคนนั้นคนนี้ ใครนั่งข้างใครตอนม.ต้น ขำดีว่ะ

ได้ฟังมันพูด แล้วความทรงจำมันก็เหมือนปลดล็อกตัวเองอัตโนมัติ หลั่งไหลออกมาเป็นภาพๆเลย

ได้คุยกันในเรื่อง 15 ปีที่ผ่านมาเหมือนคนแก่ระลึกความหลัง

ได้รู้ด้วยว่าเพื่อนๆเราทุกคนเติบโตกันไปในทางที่ดีทุกคนเลยนะเว่ย

ไอ้เก๊งก็ตั้งใจเรียนจะจบโทแล้ว เหล้าไม่กินเพราะพรุ่งนี้มีเรียนเช้า มึงเชื่อมั้ยล่ะ

ไอ้โอ๊ตก็แสดงความสุขุมผ่านสายโทรศัพท์มาหาพวกเรา เชื่อมั้ยล่ะ 555

ปูเป้ก็มาด้วยนะ

ส่วนอีหมูแดงนี่แล้วใหญ่กลางวันเป็นแอร์ กลางคืนทาเล็บสีดำ แต่งชุดดำกลายเป็นพังก์ไปเที่ยวข้าวสารต่อ

                                                                  

กี่ครั้งๆที่พวกเรานัดเจอกัน มึงก็จะถูกเอามาพูดถึงอยู่เสมอๆ ก็อย่าโกรธพวกกูละกันนะ

ถึงมึงจะจากไปแล้ว แต่ใครจะไปลืมมึงลง เนอะ

ตอนนี้พวกเราก็แก่กันแล้วนะ อีกไม่กี่ปีก็คง 30 แล้ว

แต่ไม่ว่าพวกเราจะแก่กันแค่ไหน 40 ปี 60 ปี

แต่ภาพของมึงก็จะยังเป็นเด็กหนุ่มอายุ 20 ในวันที่มึงจากพวกกูไป

อิจฉามึงเหมือนกันนะ

                                                                   

เร็วๆนี้พวกเราคุยกันว่าจะไปกินเหล้าต่างจังหวัดกันซักครั้ง ไปรำลึกอดีตกันให้เต็มที่

ถ้าไงมึงก็ช่วยใช้พลังของมึงทำให้พวกเราได้ไปเที่ยวกันด้วยนะ อยากให้เราได้มาเจอกันครบๆว่ะ

                                                                    

ขอบใจมึงมากพรนที การจากไปของมึงไม่เพียงแค่ทำให้เราได้มาเจอกัน

แต่มันทำให้เราได้เจอกับตัวเองเมื่อ 15 ปีที่แล้วด้วย

โลกนี้จะมีม.ต้นซักกี่ห้องนะ ที่ได้กลับมาเจอกันเหมือนพวกเราเนอะ

                                                                   

แม่น้ำทั้งหลาย มักจากเกิดมาจากแห่งเดียวกัน ก่อนจะแยกออกไปตามทางเล็กๆของตัวเอง

แต่คืนนี้ แม่น้ำเล็กๆหลายสายกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

ก่อนจะแยกตัวออกจากกัน เพื่อที่วันหนึ่ง

จะกลับมารวมตัวกันอีก

ตอนนี้พวกเรามีเส้นทางไปตามกระแสน้ำของตัวเอง

แต่เราก็จะไม่ลืม ว่าเราเคยมาจากต้นน้ำเดียวกัน

ถึงเราจะไหลไปตามลำน้ำคนละสาย

แต่เราก็ไหลไปพร้อมๆกัน

รอวันที่จะได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง

.............

เรามาจากแหล่งเดียวกัน

และเรา จะเติบโตไปด้วยกัน

รักพวกมึงนะ

พรนที แล้ววันนึง พวกเราทุกคนจะไหลไปเจอกับมึง ที่ทะเลนะ

เลี้ยงข้าวพวกกูด้วยล่ะ หึหึ

                                                                   


อ้อ มึงรู้มั้ย วันนี้ไอ้กุโด้มันอาสาขับรถมาส่งกูที่บ้านด้วยว่ะ 

คนที่แม่งตอนเรียนแทบไม่ค่อยจะได้คุยกันเลย กลับเป็นคนเสนอตัวมาส่งกูที่บ้าน

ความเป็นเพื่อนนี่มันแปลกๆดี เดาทางไม่ถูกเหมือนกันนะ มึงว่ามั้ย





Blog Entryฉันอยู่สีเหลืองAug 17, '08 10:39 AM
for everyone
                                       

ใครสนิทกะพันธมิตรมั่งครับ ฝากบอกเค้าที

ว่าช่วยทำเสื้อสกรีนประกาศจับทักกี้และเมียหน่อยสิ อยากใส่อะ

หรือเอาไปแจกฝรั่งที่ข้าวสารด้วยก็ดี เค้าจะได้ใส่กลับประเทศกัน

ขอให้อินๆ เด็กๆใส่เดินเกลื่อนสยาม หุหุ


                                      

ปล.เด๋วต้องมีสมาชิกเลิกคบตรูเพราะทักกี้แน่ๆ หึหึ


เชิญรับฟัง ให้ฉ่ำหู

Novel - Moderndog















                                                                

เคยโกรธจนตัวสั่นมั้ย

ผมเกิดอาการนี้เมื่อวานนี้เอง

เมื่อวานนี้ผมไปถ่ายตึกกรอสที่ศิริราช

ถ่ายเสร็จ เค้าก็พาเดินไปดูพิพิธภัณฑ์อีกอันนึงข้างล่างตึก

คือพิพิธภัณฑ์ยุคก่อนประวัติศาสตร์นั่นเอง

                                                                  

ในห้องก็จะมีมนุษย์โบราณจำลอง กระดูกลิง

ถ้วยชามเบ้านเชียง ขวานหิน

และไอ้ขวานหินนี่เอง ที่เป็นตัวปัญหา

เนื่องจาก มันวางเรียงๆกันอยู่หลายอันมาก

ไอ้ที่ขอบๆถูกเจียรแล้วเราก็รู้หละ ว่าใช่ขวานแน่

แต่บางอันมันกลมๆยังกะก้อนหินธรรมดา

เพื่อนเราเลยสงสัย จึงไปถามดร.เจ้าของห้อง

                                                                   

"ดร.คะ ขวานเนี่ยอะค่ะ บางอันนี้เราแยกมันออกได้ยังไงคะว่ามันคือขวาน ไม่ใช่หินธรรมดา"

"เธอจบอะไรมา" ดร.ถามกลับ

"จบสื่อสารค่ะ" เพื่อนตอบ

"งั้นคงอธิบายยากหน่อย ... " แล้วเค้าก็พล่ามอะไรไม่รู้ ประมาณว่า เค้าเนี่ยเป็นคนเดียว

ในประเทศไทยที่ทำขวานหินได้เหมือนมนุษย์วานร ชาวโลกยอมรับในงานวิจัย ฯลฯ

แต่สุดท้ายแล้ว คำตอบแค่ว่าเค้าจำแนกหินธรรมดากับขวานได้ยังไงก็ไม่ได้ถูกพูดถึง

                                                                  

เราจึงถามซ้ำไปอีกครั้ง

"เธอจบ อะ ไร มา" เค้าถามกลับมาอีก

"เอ่อ คือเรื่องขวาน..." เราพยายามอธิบายสิ่งที่เราอยากรู้

"เธอ จบ อะ ไร มา" เค้าเสียงแข็ง สายตามองเหยียดๆ

"จบสื่อสารค่ะ" เพื่อนตอบ

" นี่พวกเธอรู้มั้ย นี่ผมไม่ได้จะดูถูกนะ แต่เธอรู้มั้ยว่า เดี๋ยวนี้พวกตลกคาเฟ่น่ะ ยังฉลาดกว่าพวกสื่อสารมวลชนบางคนอีกนะ พูดนิดเดียวก็เข้าใจ อ่ะ เอานี่ไปอ่านซะ"

แล้วเค้าก็หยิบกระดาษถ่ายเอกสารนิตยสารต่างประเทศที่เค้าเคยถูกสัมภาษณ์มายัดใสมือ

                                                                  

สาดดดดดด คือแบบว่าผมเลือดขึ้นหน้ามาก จบสื่อสารแล้วไงวะ

มึงจะอธิบายให้กูฟังไม่ได้รึไง ว่าไอ้ก้อนหินกลมๆที่มึงเก็บมาวางในห้องเนี่ย

มันเรียกว่าขวานได้ยังไง

อธิบายยากนักเหรอวะ คิดว่าพวกกูมาดูถูกภูมิปัญญามนุษย์วานรเฒ่าของมึงเหรอวะ

                                                                 

ที่มึงบอกว่ามึงภูมิใจที่มึงผลิตขวานแบบยุคหินได้น่ะ

งั้นช่วยมึงเก็บความภูมิใจไว้ในถ้ำของมึงเหอะ ไอ้มนุษย์ยุคหินเอ๊ย

โชคดีของมึงนะที่เพื่อนกูเห็นกูเลือดขึ้นหน้า แล้วดึงกูออกมาจากห้องก่อนน่ะ

ไม่รู้ว่าประสาทหูลิงแก่อย่างมึง จะได้ยินประโยคสุดท้ายที่กูพูดมั้ยนะ

"คนบางคนถ้ามีทักษะทางการสื่อสารอยู่บ้างก็คงพูดภาษาคนรู้เรื่องกว่านี้"

                                                                 

ตอนเดินออกมา พี่คนที่พาเราเดินไปดูเค้าก็บอกว่าอย่าไปถือสาเลยนะ แกก็แบบนี้แหละ

วันนั้นเด็กดุริยางค์ มหิดลมา แกก็พูดอย่างนี้ แกบอกเลยนะว่า

"พวกเรียนดนตรีอย่างพวกเธอน่ะมันโง่"

                                                                 

โหยยยยยย สาดดดดดด งี้ต้องมีแมทล้างตาซะแล้ว

ว่างๆเราไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์กันเป็นหมู่คณะดีมั้ย

ไปสอนวานรเฒ่าจุดไฟกันเถอะ

                                                                





Blog Entryอีกสักครั้งJul 20, '08 10:31 AM
for everyone




                                                                   



คิดถึงพวกมึงว่ะ



ตอนนี้เป็นยังไงกันบ้าง

ความฝันเล็กๆของแต่ละคน เติบโตขึ้นแค่ไหนกันนะ



อยากเจออีกสักครั้ง



                                                                 

(อย่างน้อยผมก็จำได้วันนึงว่า เมื่อวันที่ 28 มค.38 เป็นวันที่ฝนตกหนัก น้ำท่วมโรงเรียน ร้องเท้าเปียกกันหมด ต้องถอดรองเท้ามาถ่ายรูป ยิ่งเหมือนเด็กวัดเข้าไปอีก)


หนังสือรุ่น.mp3 -

Blog Entryลาก่อนไฮเนเก้นJul 19, '08 1:01 PM
for everyone


                                                                 


นี่คือ
federbrau เบียร์ใหม่ในเซเว่น 555

                                                                  

วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจ ฝนตกๆ อากาศดีๆ ต้องมีเบียร์เย็นๆ

เหลือบไปเห็นเจ้านี่ โอ้ววว ลองซะหน่้อย 65 บาท

ดื่มคล่องมาก ไม่ขม แอบจืด หวานติดลิ้น ชอบๆๆ

                                                                 

ใครชอบเบียร์ฺขมๆ รสชาติลุงๆกรุณาข้ามไป

ใครชอบความเบาสบายของไฮเนเก้น ขอให้ลองด่วน ลื่นกว่าไฮเนเก้นเยอะ

                                                                

เรามาบอกลาไฮเนเก้นกันเถอะ

ฮิ้ววววววววววววววววว







                                                                      

ผมเป็นโรคน้ำตาลในเลือดต่ำครับ

หลายๆครั้งเมื่อหัวใจมันเริ่มทำงานผิดปกติ

ผมจะรีบเข้าไปบำบัดในโรงภาพยนตร์

และวันนี้ก็เช่นกัน ผมทรุดตัวลงนั่งบนเบาะราคา 120 บาทพร้อมๆกับจิตใจที่ทรุดโทรม

                                                                      

หมอมักจะจ่ายยาแต่ละครั้งไม่ค่อยเหมือนกัน ตามแต่ลักษณะอาการ

ผมจำได้ว่าหลายๆครั้ง เวลาที่หมอจ่ายยามาเป็นตัวยาชื่อ batman

ผมมักจะมีอาการกระปรี้กระเปร่าอย่างเฉียบพลันทุกครั้ง ด้วยรสยากลูโคส

และวันนี้ก็เช่นกัน batman : the dark knight คือชื่อยาที่ผมได้รับ

เมื่อผมกินเข้าไปผมสงสัยอีกครั้งเหมือนครั้งที่ได้รับยาชื่อ batman : begins

ว่าหมอจ่ายยาผิดหรือเปล่า แทนที่จะให้กลูโคส กลับให้เป็นยาที่ขมปี๋

                                                                     

ลูกกวาดสีสันฉูดฉาดเกินจริงของตัวละครหายไป

กลายเป็นภาพเมืองมีแดดคล้ายๆนิวยอร์ค

หมอกควันน่าพิศวงลึกลับชวนค้นหาหายไป

กลายเป็นความดำมืดของชีวิตบรูซ เวน

อะไรกันนี่!!!!!! วัยเด็กของผมก็หายไปด้วย

                                                                     

ผมต้องต่อสู้ปรับตัวกับฤทธิ์ยานั้นบนเก้าอี้ i11 เป็นเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง

ปรากฏว่าภาวะของเลือดกลับมาเป็นปกติเหมือนกับที่ได้กินกลูโคสชื่อ

batman : batman / returns / and robin / forever

                                                                    

ผมตอบตัวเองไม่ได้ว่าผมควรจะลืมยารสกลูโคสที่อาจจะเลิกผลิตแล้วไปซะ

แล้วกลับมาทำใจกินยาขม หมองหม่นที่มีประโยชน์ ที่กำลังฮิตในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ทั้งหลาย

หรือว่าจะยังคงหวังต่อไปได้ว่าเราจะได้รับกลูโคสเหล่านั้นอีกครั้ง


                                                                    




ปล.ในขณะที่จิตใจผมกำลังค้นหาคำตอบ ปรากฏว่า x-men ทั้ง 3 ภาคกลับแทรกตัวขึ้นแท่นเป็นยาอันดับ 1 ในใจผมไปเรียบร้อยแล้ว

ปล.2 แล้วยาที่ชื่อ the x-files : I Want to Believe ที่กำลังจะเข้าล่ะ มันจะยังจืดๆจางๆเหมือนคราวที่แล้วรึเปล่า








Blog Entryสัตว์น้อยน่ารักJul 14, '08 9:14 AM
for everyone
                                                                    


น่ารักนะ ตามไปดูดิ


คลิกที่นี่



ตัวนี้น่ารักสุด น่ากินมาก

                                                                     

                                                                              

ไม่รู้เป็นไร พอได้ข่าวว่าเค้าจัดอันดับของปีนี้ว่า กรุงเทพเป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก

แล้ว มันมีความสุขยังไงไม่รู้

เลยรู้สึกว่า อืมมม ไอ้ที่เราบ่นๆด่าๆอยู่เนี่ย มันกลับยังดีกว่าที่อื่นๆอีกนะ

อ่ะๆ เลิกบ่นๆๆ


I LOVE BKK


                                                                                

ภาคผนวก *

ทราเวล แอนด์ เลเชอร์ นิตยสารการท่องเที่ยวชื่อดังจากอเมริกา เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นทางออนไลน์ ระบุว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้รับเลือกเป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกประจำปีนี้ โดยหมู่เกาะกาลาปากอส ในเอกวาดอร์ รับเลือกให้เป็นหมู่เกาะที่ดีที่สุด ทั้งนี้ ผู้อ่านนิตยสารฉบับนี้ยังเลือกโรงแรมซินกิตา ซาบิน แซนด์ ในอุทยานแห่งชาติครูเกอร์ แอฟริกาใต้ให้เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดของโลก ด้านสิงคโปร์ แอร์ไลน์ คว้าตำแหน่งสายการบินยอดเยี่ยมที่ดีที่สุดไปครองอีกครั้ง

นางแนนซี่ โนโวกรอด หัวหน้ากองบรรณาธิการทราเวล แอนด์ เลเชอร์ กล่าวว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ และหมู่เกาะกาลาปากอสคว้ารางวัลสูงสุด โดยขอแสดงความยินดี ที่มีเมืองใหม่ติดอันดับจำนวนมากในปีนี้ ทั้งธรรมชาติและการผจญภัยนับเป็นปัจจัยดึงดูดสำคัญในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้ว กรุงเทพฯ ติดอยู่ในอันดับที่ 3 ส่วนหมู่เกาะกาลาปากอสอยู่ในลำดับที่ 8 สำหรับเมืองและเกาะที่ดีที่สุดในปี 2550 คือ เมืองฟลอเรนซ์และเกาะบาหลีร่วงลงสู่อันดับ 5 และอันดับ 2 ตามลำดับ


                                                                                





ยังไงคนที่เค้ารัก ก็มีค่ามากกว่าคนที่รักเค้าเสมอ

คนที่เค้ารักให้มา 1 ยังชื่นใจกว่าเค้าได้จากเราทั้ง 100 - ดีเจ อ้อย นภาพร





เมื่อรักใครคนหนึ่ง ไม่สำคัญเลยว่า เราจะได้กอดกันหรือไม่

ความรักบางอย่างในชีวิตคนเราเอื้อมไม่ถึง สัมผัสไม่ได้

เหมาะสำหรับเอาไว้มองดู ไว้ชื่นชมอยู่ไกลๆ

ดวงไฟประภาคารสวยล้ำค่า
ยามที่เราล่องอยู่ในทะเลลึก จนหาทางกลับไม่ได้

แต่เราจ้องดูดวงไฟเพียงให้รู้ว่า ควรเดินหน้าไปในทิศทางใด

ใช่ว่าเราต้องเบนหัวเรือ เพื่อมุ่งไปเทียบท่าหน้าประภาคารเสียเมื่อไหร่ - 'ปราย พันแสง






เวลาที่เรารักใคร เราจะรู้สึกตัวเล็กเหลือเกิน

เวลาที่ใครรักเรา เราจะรู้สึกตัวใหญ่เหลือเกิน

แต่ถ้าเราเจอคนที่รักกัน เราจะผลัดกันตัวเล็กตัวใหญ่ - ประภาส ชลศรานนท์





อย่าเอาหัวใจไปผูกติดกับตีนใคร เมื่อเค้าก้าวจากไปเราจะต้องเจ็บใจเสมอ - อุดม แต้พานิช





if love makes you sad , it's not love. b'coz love brings lots of joy in life & coloured your days - ใครก็ไม่รู้บอกไว้





ในชีวิตหนึ่ง เราผ่านการพบและจากซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่าจะชินชากับมันเสียที

แต่มันก็ไม่เป็นอย่างนั้นสักที

ถ้านึกภาพการดำเนินไปของแต่ละชีวิต

เหมือนการลากเส้นของใครของมันไปเรื่อยๆ

บางเส้นถูกลากมาบรรจบกันแล้วหลอมรวมเป็นเส้นเดียวกัน

บางเส้นเป็นเส้นขนานซึ่งกันและกันอยู่อย่างนั้นเรื่อยไป

คนบางคน ถนนบางสาย เพียงผ่านมาพบ ลากเส้นมาตัดกัน

แล้วแยกย้ายจากกันไป ทิ้งร่องรอยที่จุดตัดไว้เป็นความทรงจำ...

บางรอยเลือนราง บางรอยแจ่มชัดเหมือนจะไม่มีวันลบเลือน - เพลงดาบแม่น้ำร้อยสาย





ปล. ใครมีนิยามฟามรักเด็ดๆอีกมั่ง ส่งมาๆ




Blog Entryhancock : ฮีโร่เหงาๆJul 9, '08 2:12 PM
for everyone

หนังเรื่องนี้ ... เหงามาก

เหงาจริงๆ

..................................................

เรื่องนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่า

การเชื่อมั่นในตัวใครสักคน

หรือการเดินเข้าไปตบไหล่แล้วบอกว่า

"กูเชื่อว่ามึงทำได้"

คือสิ่งที่มีค่าที่สุด

สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่ไปวันๆ

อย่าง จอห์น แฮนค็อค

....................................................

คนเราไม่ว่าจะเก่งมากน้อยแค่ไหน

ก็ล้วนแต่อยากให้คนอื่นยอมรับ

เขาเก่ง เขาฉลาด ก็ไม่ได้แปลว่้าเขาจะสามารถอยู่เพียงลำพังได้

ทุกคนมีด้านที่เปราะบางอยู่กับตัวทั้งนั้น

.................................................

หนังเรื่องนี้ หลายๆคนบ่นว่า แม่งไม่มันเลย

ก็จริง

แต่ถ้าได้มองที่สาระของมัน

หนังเรื่องนี้ มันจะทำให้

คุณรักคนที่อยู่รอบๆตัวมากขึ้นจริงๆนะ

....................................................

มันไม่เสียแรงมากมายหรอกครับ

ในการที่จะเชื่อมั่นในตัวคนอื่น

เติมเต็มสิ่งที่คนอื่นกำลังขาดและต้องกา่รมัน

สิ่งที่เรามองว่าเป็นแค่เฟืองชิ้นเล็กๆที่เราให้เขาไป

เฟืองนั้นมันอาจจะเข้าไปทำให้เครื่องจักรของเขา

กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง

บางสิ่งที่เลวร้าย มันอาจจะพร้อมและอยากเลือนหายไป

เพียงแค่มีใครสักคนสนับสนุนการหายไปของมัน

..................................................

เรามาเติมเต็มความเชื่อมั่นลงในช่องว่างของคนข้างๆกันเถอะ



ปล.ผมว่าหนังเรื่องนี้ ไม่ได้เน้นความเป็นซุปเปอร์ฮีโร่หรอก

ใจความของมันคือ ไม่ว่าใครจะเก่งแค่ไหน หรือทำงานใหญ่แค่ไหน

แต่สิ่งที่ทุกคนต้องการมันคือกำลังใจนั่นแหละครับ





                                                             

ความรัก มันก็คือมีดดีๆนี่เองแหละ

ยิ่งรัก ยิ่งเอาใจใส่เขามากเท่าไหร่ มันก็คือการหมั่นลับมีด

ยิ่งรักมาก มีดก็ยิ่งคมมาก ยิ่งมีความสุขมาก มีดก็ยิ่งเป็นประกาย

                                                              

เมื่อวันหนึ่ง ที่คนสองคนตัดสินใจแยกทางกัน

ความรักเองนั่นแหละ ที่จะเป็นผู้ฟาดฟันหัวใจให้ย่อยยับ

                                                              

เวลาที่คนเราเลิกกัน สิ่งที่ทำให้เรา-คนที่ถูกบอกเลิกเจ็บปวดมากที่สุด

ไม่ใช่ความเสียใจ หรือความผิดหวังหรอก

แต่มันคือความรักที่ยังคงอยู่ในใจต่างหาก

......................................................

รักมาก ก็เจ็บมาก นะแก๊ปเอ๊ย

                                                               

Blog Entryคือ...Mar 31, '08 1:36 PM
for everyone
สมมติว่า ไปหาหมอมา

แล้วหมอบอกว่า โรคที่เป็นอยู่ตอนนี้ จะทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้อีกแค่สามเดือน

จะต้องทำอะไรยังไงต่อไปดี

ควรจะบอกคนอื่นดีมั้ย หรือทำตัวตามปกติดี


Blog Entryแค่นี้นะMar 16, '08 11:25 AM
for everyone
"อย่ามายุ่งกับฉัน จะไปหาใครก็ไป
อย่ามายุ่งกับฉัน ยังไงก็คงไม่ตาย
ใจฉันยังทนไหว ไม่ต้องมาปลอบโยน ไม่ต้องมาห่วงใย

อย่ามารับรู้ ได้รู้ก็คงเท่านั้น
อย่ามารับรู้ มันคงไม่ช่วยอะไร
ใจที่เคยเจ็บช้ำ ก็ยังคงช้ำ อย่ามาตอกย้ำ....กันเลย"



(รูปหาย - เซ็งเป็ด)


ดอง tag ของน้าแมวน้ำไว้หนึ่งชาติเศษ เพิ่งจะได้จัดการกับตู้เย็นที่โดน tag ไว้

คือว่าพยายามเคลียร์ตู้ให้ดูดีที่สุดน่ะ เพราะปกติเปิดมาจะเจอแต่อาหารค้างปี ที่ใส่ถุงแล้วหมกๆเอาไว้เต็มตู้

ที่จิงกะว่าจะซื้อของไฮโซๆมาประดับให้ดูดี อย่างพวกผลไม้เมืองหนาว แยมแพงๆ น้ำผลไม้ แชมเปญ คาร์เวีย ฯลฯ จะได้ดูรวยๆ

แต่ในโลกแห่งควาเป็นจริง...ตรูไม่มีตังแล้ว แถมโดนทวง tag มายิกๆ ชิ แค่ไหนแค่นั้น รื้อถุงแกงเน่าๆออกมาก่อน แล้วก็ถ่ายสิ่งที่เหลืออยู่

อืมมมม ได้แค่นี้แหละ หุหุ

 

 

 

 

โดยปกติแล้ว..สิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นตู้เย็นของผมจะประกอบด้วย

1. น้ำผลไม้ทิปโก้รสต่างๆ

2. เยลลี่ทำเองบ้าง ซื้อสำเร็จมาบ้าง

3. น้ำเต้าหู้ กินเย็นๆนี่มันชื่นใจยิ่งนัก

4. ช็อกโกแลต กะ คุกกี้

5.ผลไม้กระป๋อง

6.อาหารแช่แข็งทั้งพรานทะเล แล้วก็อีซี่โก แช่อยู่ในช่องฟรีส ทำไมน้า...ทำไมมีแต่คนเกลียดการกินอีซี่โกวะ อร่อยจะตาย

แต่เท่าที่ดูตอนนี้ขาดไปหลายเมนูแฮะ สิ่งที่มีตอนนี้ก็มีแขกขาจรมาป้วนเปี้ยนในตู้เย็นเราด้วยคือ

1. เนยถั่วของพ่อ

2. ขนมปังของพ่อ

3. ชมพู่มะเหมี่ยวของชอบที่มาม้าหามาบรรญาการให้

4. โยเกิร์ต + ขวดน้ำผึ้ง + มะนาว ของมาม้าแน่ๆ

5. ส้ม แอปเปิ้ลที่ไม่มีใครกิน

6. นมกล่องของมาม้า

 

หมดๆ หมดแล้วจ้ะ ตู้เย็นของผมมีแค่นี้ ก็จบด้วยประการฉะนี้แล

 

และแล้ว ผู้ที่โดน tag ต่อก็คือ......


แท้แด!!!!!!


1. คุณต๊ะ ณ USA http://kasinr.multiply.com/

2. หมวยบิ๊ก http://vrbig.multiply.com/

3. ซ้อแจ้ http://cloudderufeus.multiply.com/

4. อาอึ้มแบ้ง http://bankiez.multiply.com/

5. ไอ้ตี๋ http://wildnit.multiply.com/


กรุณาทำกันให้เสร็จๆด้วย นานๆทีถึงจะ tag ต่อไปให้ชาวบ้านซักที

ดังนั้น อย่้าให้ต้องตาม 5555

 

 


Blog EntryกราบบบบบบบบบบบบFeb 29, '08 1:12 PM
for everyone
พี่น้องมัลติพลายที่เคารพ

เราไปสุวรรณภูมิกันมั้ยวันอาทิตย์นี้

ไปกราบสุวรรณภูมิแบบทักกี้กัน 555

หรือว่าเราจะต่างคนต่างไป ต่างถ่ายกันดี

กราบมันทุกที่ หัวลำโพง หมอชิต มาบุญครอง ฯลฯ

ถ่ายกันมาเยอะๆ ให้เป็นเทศกาล เอาให้เป็นลัทธิกันไปเลย 5555


Blog Entryคำมีคม ภาค 2Feb 24, '08 10:56 AM
for everyone
"ไม่มีกฏเกณฑ์ไหนใช้ได้กับทุกคนในโลก...เพราะโลกมีคนพิเศษเสมอ"
- โตมร ศุขปรีชา



"เคยไหมเวลานั่งกินข้าวหรือก๋วยเตี๋ยวร้านธรรมดาๆ พอเรียกคิดเงินเสร็จแล้วเดินออกมาเรียบร้อย พบว่าทอนเงินขาดไปบาทหรือสองบาทแล้วรีบกลับเข้าไปทวงน่ะ
...แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนเดียวกันนี่แหละเข้าไปกินอาหารตามโรงแรม ร้านอาหาร ผับ บาร์ต่างๆเขาก็คิดเงิน ทอนเงินถูก แต่ก็ใจดี ควักให้เขาอีกเป็นค่าบริการ"
- ชลัมพุ ณ ชเลลำ



"เงินไม่ใช่พระเจ้า...แต่เงินทำให้เรามีทางเลือกมากขึ้น"
- หนังสือ หลังไมค์มีไออุ่น



"ดอกไม้นั้น ไม่มีคอมมิวนิสท์ ไม่มีประชาธิปไตยหรือสังคมนิยมอะไรหรอก ถ้าเป็นดอกไม้แล้ว ไม่ว่าที่ไหนก็สวยเหมือนกัน"
- วาณิช จรุงกิจอนันต์



"คนที่ตลกหัวเราะสดใส ก็คือคนที่สามารถร้องไห้ฟูมฟายได้ เพียงแต่คุณจะได้เห็นรึเปล่าเท่านั้น...คนที่หัวเราะได้ดังที่สุด ก็คือคนที่สามารถร้องไห้ได้ดังที่สุดเช่นกัน"
- หนังสือ หลังไมค์มีไออุ่น



"คนเราไม่เคยหยุดร้องไห้ แต่มีโอกาสพักเหนื่อยได้เป็นบางครั้งบางคราวเท่านั้น"
- ปราบดา หยุ่น



"หมาดีกว่าเพื่อน ตรงที่มันไม่แทงคุณข้างหลัง"
- ชาติ กอบจิตติ



"อยากมีเพื่อนเรอะ...เลี้ยงหมาดีกว่ามั้ง"
- หนังเรื่อง wall street โดย โอลิเวอร์ สโตน



"นอกจากคุณควรจะเรียนรู้ที่จะรักศัตรูของคุณแล้ว คุณควรเรียนรู้ที่จะเกลียดเพื่อนของคุณด้วยเช่นกัน"
- นิทเช่



"คนฉลาดไม่ได้รู้หลายอย่าง คนรู้หลายอย่างไม่ใช่คนฉลาด"
- เล่าจื๊อ



ปล.ใครมีเด็ดๆ เอามาเพิ่มเติมด้วยเด้อ




Blog Entryฉันรักท้องฟ้าFeb 16, '08 10:47 AM
for everyone



วันนี้ผมได้ดูหนังเรื่องนี้

ในวันที่ผมอยู่ตัวคนเดียว

หนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกดีกับความรักอีกครั้ง

หนังเรื่องนี้ทำให้ความรู้สึกแย่ๆที่เกิดขึ้นอย่างมากมายเมื่อวันสองวันก่อน

หายไปจากชีวิตโดยทันที

หนังเรื่องนี้เป็นหนังเรื่องนึงที่ผมอยากจะให้ชาวมัลติพลายได้ไปดู


ถ้าคุณมีคนรักกรุณาพาคนรักไปด้วย

คุณจะเห็นคุณค่าของความรักอย่างมากมาย จนมันจะล้นออกมาเป็นน้ำตา

และหากวันนึงคุณเลิกกันไป คุณก็จะยังมีความรู้สึกดีๆให้กันแน่ๆครับ


แต่ถ้าวันนี้คุณอยู่ตัวคนเดียว ยังไม่กล้ามีใครในชีวิต

ลองไปดูเถอะครับ แล้วคุณจะอยากมีใครสักคนเดินเคียงข้างไปกับคุณ


ถ้าคุณเพิ่งถูกความรักทำร้ายมา และคิดว่าจะปิดหัวใจตัวเอง ก็ลองไปดูเถอะครับ

เพราะตอนที่คุณออกจากโรงหนัง คุณจะลืมสิ่งเลวร้ายที่คุณเคยถูกความรักทำร้ายมา

คุณจะยอมให้อภัยมันทุกอย่าง

และคุณจะยอมเปิดใจอีกสักครั้งให้กับความรักใหม่ที่จะเข้ามา


หนังเรื่องนี้ จะทำให้คุณอิจฉา ทำให้คุณอยากเป็นอย่างนั้น และจะทำให้คุณกล้าที่จะรักครับ



ปล.เพลงเรื่องนี้เพราะมาก เศร้าโคตร ตามไปอ่านเพิ่ม ฟังเพลงได้ที่บ้านน้าปุ่นนะ


http://poladiary.multiply.com/video/item/8/heavenly_days_-_Aragaki_Yui_Koizora_Movie_Insert_Song_


อันนี้เป็นตัวอย่างหนังล่ะ ฉายที่โรงสยามนะ

http://video.siamzone.com/view_video.php?viewkey=6b2f4b2374f342be9ed4

Blog Entryถึงเธอคนนั้นFeb 13, '08 1:36 PM
for everyone
คุณครับ


วันนี้ก็เป็นวันวาเลนไทน์อีกวันแล้วนะครับ

ผมยังอยู่คนเดียวเหมือนเดิมเลย

ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหนเนี่ย

คุณชื่ออะไรหรือเหรอครับ

วันนึงเราจะได้เจอกันใช่มั้ยครับ

หวังว่าวันนึง เราจะได้มีวันวาีเลนไทน์ด้วยกันนะครับ

แล้วเจอกันนะ


ผมจะรอ




ปล.เราเคยเจอกันรึยังครับ






Pages:1234567
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help