
ตอนนี้ฝ่าเท้าผมเหยียบอยู่บนจุดจุดนึงบนโลก ที่เราเรียกกันว่ามิลานครับ จุดๆนี้เป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆและกะเทยสไตลิสท์ชาวไทยทั้งหลาย
ที่ชาตินี้กูจะต้องมาเหยียบให้ได้ ไม่ต่างจากการเดินทางไปเมกกะกันเลยทีเดียว
อยากจะบอกว่าที่นี่นอกจากแฟชั่นที่เป็นบวกแล้ว อย่างอื่นแทบจะติดลบ สาวๆที่นี่แต่งตัวดีมาก คอนเฟิร์มดูเป็นผู้ดีมีสไตล์ไม่เฉิ่มเป็นสก๊อยแบบบ้านเรา ให้คะแนนเต็ม 10 แต่...
บ้านเมืองที่นี่โคตรรรรรรสกปรก ฝาผนังเต็มไปด้วยรอยพ่นสีที่ผมไม่อาจเอื้อมเรียกมันว่ากราฟิตี้ได้ มันเสี่ยวมาก นึกว่าเด็กช่างกลเมืองไทยไปพ่น พ่นโง่ๆอะ เขียนชื่อพ่อมันมั้ง แทบจะไม่มีผนังไหนว่าง ให้ดูสบายตา แต่เพื่อนบอกว่าความจริงแล้วคนที่นี่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติ เค้าถือว่าไอ้นี่คือศิลปะ เป็นจุดเริ่มต้นของความคิดสร้างสรรค์ และเค้ายังว่ามันคือเอกลักษณ์ของมิลาน
ตลกดีที่ตอนเด็กๆเป็นวัยรุ่นก็พ่นกันไป พอโตขึ้นมาหน่อย ก็ซื้อสีมาทาลบมันไป เพื่อให้รุ่นต่อไปได้มาพ่นอีก เออ เอากะพี่เค้าสิ ดูไปนานๆก็คันมือ รู้งี้ซื้อสีสเปรมาด้วยก็ดี เพราะที่เห็นก็มีแต่ภาษาอิตาเลี่ยน กะภาษาอังกิด ถ้าอยู่ๆมีภาษาไทยมั่งก็ดีเนอะ พ่น ก- ฮ แม่งเลย ไม่ก็ “เดียวรักเป็ดนะ” “ออยพ่อทุกโรงบาล” “แม๊กท้าชนมุขแป้ก” ก็ว่ากันไป
นี่ใครมีลูกมีหลานเป็นเด็กช่างกลบอกให้มันเก็บเงินไป
ประกาศศักดากันที่มิลานก็ดีไม่น้อยนะ ไฮโซสาดดดดดด
รถก็โคตรรรรรรรติด ติดยังกะกรุงเทพ ไม่ชิลล์เหมือนออสเตรียกะสวิสเลย ที่นี่จอดรถก็แบบแทบจะเกยกัน จอดแม่งเกาะกลางถนนนั่นแหละ นึกภาพเกาะกลางหน้าเวทีมวยราชดำเนิน หรือแถวถนนราชดำเนินออกใช่มะ นั่นแหละ มันขึ้นไปจอดกันบานเลย แต่ก็ว่าเค้าไม่ได้ มันไม่มีที่จอดรถ ทางการเลยปรับปรุงเกาะกลางให้จอดรถซะเลย รถที่นี่เค้าก็คันเล็กๆเพราะสาเหตุนี้แหละ คันใหญ่หาที่จอดยาก รถเค้าเล็กจิงๆนะแบบรถยี่ห้อมิล่า สมัยก่อนอะ แบบตัวใหญ่มากแต่ขับมิล่า เฮ่อ....
รถทั้งหมดในถนน70 กว่าเปร์เซนต์เต็มไปด้วยรอยบุบรอยขูดเป็นทางยาว แต่เค้าก็เหมือนไม่แคร์อะไร เพราะเพื่อนบอกว่าคนที่นี่เห็นรถยนต์เป็นแค่ยานพาหนะ ไม่ใช่สิ่งของที่เอามาบอกสถานะการเงิน เออ อันนี้ขอชื่นชมเลย ชอบๆความคิดนี้
เพื่อนเตือนว่าที่นี่โจรเยอะ ทำอะไรต้องระวังโดยเฉพาะนักท่องเที่ยว กรุณาอย่าเผลอวางของอะไรไว้เด็ดขาด เพราะชั่วพริบตาเท่านั้นของนั้นจะสูญไปกับอากาศให้ได้เซอร์ไพรส์กัน เคยมีบางคนรอบคอบนั่งทับของแม่งเลยใครจะกล้ามาหยิบ แต่นั่งอยู่มีคนทำของตกตรงใต้โต๊ะ ก็แบบว่าเป็นคนดีก้มลงหยิบ พอตูดกลับมาติดเก้าอี้แค่นั้นแหละ ของหายไปแล้ว ดูเดะ แค่ช่วงยกตูดเท่านั้น


เดินเที่ยวมหาวิหารดูโอโม่(หลังคาแหลมๆแบบโกธิค)โหยยยย ใหญ่มาก นอกวิหารก็เป็นจัตุรัสมีคนมานั่งเล่น เดินเล่นกัน มีนกพิราบแบบสนามหลวงเลย แต่งตัวกลมเป่งกว่าเยอะ เห็นคนมาโยนข้าวโพดให้นกกินกัน ขณะที่ผมถ่ายรูป ไล่เตะนกพิราบอยู่นั้นเองก็มีผู้ชายหน้าเหมือนพวกแขกปากีสถาน
วัยรุ่นผอมๆ แต่ก็สูงกว่าผม เดินมาดึงมือแล้วก็ทำหน้าใจดียัดข้าวโพดลงในมือ แล้วก็สะบัดมือผมให้ข้าวโพดหล่น นกมากิน กรูก็โนๆๆๆๆ คือก็พอจะรู้แหละว่าไอ้นี่มันพวกมาเนียนแน่ๆ แต่มันก็ทำหน้าแบบ เอาเหอะ เอาน่า จะกลับบ้านไปทำโรตีแล้ว ประมาณนี้อะ เอาข้าวโพดใส่มือกูอีกนกก็บินมากินที่มือ มันก็ยังเป็นคนดีคะยั้ยคะยอบอกเร็วๆสิถ่ายรูปด้วย นกกำลังเกาะเต็มมือเลย

ผมก็ว่าง่ายถ่ายไป แต่ก็แบบไม่เอาแล้ว กูกลัวมึง มันเลยถามว่า “finish?” เท่านั้นแหละมันก็บอกเลยว่า 5 ยูโร ไอ้ฟายยยยยยย กูว่าแล้ว เลยทำเนียนไม่ให้เพราะก็บอกแล้วว่าไม่ได้ขอข้าวโพดมึง มึงมายัดมือกูเอง มันก็สะกิดมือผมด้วยหลังมือมัน ดังเพี๊ยะ แบมือขอ 5 ยูโรต่อ ข้าวโพดพ่อมึงเหรอ 5 ยูโร ผมก็ทำท่าจะเดินหนี ที่นี้เพื่อนมันมาเพิ่มตัวนึงครับ ซวยแล้ว เหงื่อแตกพลั่ก ล้อมหน้าล้อมหลัง ผมก็แบบหายใจลึกๆ ถอยหลังก้าวนึง ตะโกนสุดเสียง “โพลิสสสสสสส” ไอ้เหี้ย ได้ผลคนหันมามองกรูทั้งจัตุรัส มันชี้หน้าแล้วก็เดินไปเลย โคตรน่ากัวอะ เดินตัวสั่นไปหาเพื่อน บอกกลับเหอะๆ ยังดีนะที่มีคนเยอะ เลยไม่โดนปาดคอ 555
นี่ถ้าเป็นในซอยเปลี่ยวจะทำไงวะ แต่ยังไงๆ 5 ยูโรเชียวนะมึง กูไม่ให้โว่ยยยยยยยย คือแบบว่าถ้าพูดอังกิดได้เนี่ยผมก็คงจะบอกมันว่า กูไม่รู้ภาษาอังกิด ขอให้คุณตำหนวดมาช่วยแปลให้คงจะดีนะ
แต่ดูเดะพวกเหี้ยนั่น ทำให้กรูต้องกลับมานอนระทึกที่โรงแรม แทนที่จะได้ถ่ายรูปต่อ เวรจิง T-T